กรุงเทพฯ 20 ตุลาคม 2567 – นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) นำคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (กสว.) และคณะผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัย และ นวัตกรรม (สกสว.) เข้าร่วมพิธีเปิดงาน The 21st Annual Meeting of Science and Technology in Society Forum (STS Forum) 2024 ภายใต้กรอบแนวคิด “What do we need from S&T?” พร้อมร่วมแสดงปาฐกถาพิเศษ เน้นย้ำถึงบทบาทความสำคัญของเทคโนโลยีที่จะเข้ามาช่วยแก้ปัญหาความท้าทายรอบด้านที่โลกกำลังเผชิญ ณ เมืองเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น โดยมีผู้เข้าร่วมงานกว่า 1,500 คนจาก 80 ประเทศ โดยงานประชุม STS Forum จัดขึ้นครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2547 (ค.ศ. 2004) ริเริ่มโดยนายโกจิ โอมิ (Koji Omi) อดีตรัฐมนตรีกระทรวงการคลังของประเทศญี่ปุ่น มีเป้าหมายเพื่อเชิญผู้นำ ผู้เชี่ยวชาญ และนักวิจัยด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในสาขาต่างๆ จากภาครัฐและเอกชนทั่วโลก เข้าร่วมแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นโจทย์วิจัยสำคัญและสร้างเครือข่ายทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีระดับนานาชาติ

นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้ร่วมแสดงปาฐกถาพิเศษเน้นย้ำถึงบทบาทความสำคัญของเทคโนโลยีที่จะเข้ามาช่วยแก้ปัญหาความท้าทายรอบด้านที่โลกกำลังเผชิญอยู่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) การพัฒนาการศึกษาด้วยการจัดการเรียนรู้แบบสะเต็มศึกษา (STEM Education) และได้เน้นย้ำถึงความสำคัญในการร่วมแก้ปัญหาการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศที่ประเทศไทยตั้งเป้าจะเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ในปี ค.ศ. 2050 และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี ค.ศ. 2065
ศ.เกียรติคุณ ดร. นพ.สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ประธานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (กสว.) กล่าวว่า ถือเป็นโอกาสดีที่คณะผู้แทนจากประเทศไทยจะได้เรียนรู้และแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับประเด็นปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งอาจเรียกได้ว่าเป็นไฮไลท์สำคัญของงานในครั้งนี้ เนื่องจาก AI เข้าไปมีบทบาทในหลายภาคส่วน ในยุคที่โลกมีความผันผวนและเปลี่ยนแปลงสูง ไม่ว่าจะเป็นภาคการศึกษา ความปลอดภัยทางไซเบอร์ สาธารณสุข โดยเฉพาะประเด็นเรื่องของสาธารณสุขนั้น จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือระดับนานาชาติในมิติของการแบ่งปัน การเข้าถึงข้อมูลเพื่อพัฒนาวัคซีนและยาร่วมกันโดยเฉพาะในช่วงที่เกิดวิกฤติการแพร่ระบาดใหญ่ อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมมีประเด็นที่ยังเป็นที่ถกกันในเรื่องของความเท่าเทียมด้านการเข้าถึงข้อมูล ความน่าเชื่อถือของข้อมูล ตลอดจนปัญหา ซึ่งทำให้ Machine learning เรียนรู้ข้อมูลเพียงบางด้าน และประมวลผลลัพธ์ออกมามีอคติ (algorithmic biases) สิทธิของแต่ละบุคคลในการควบคุมข้อมูล
ส่วนบุคคลของตนเอง (Data Privacy) เป็นต้น

“ความท้าทายของโลกจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศส่งผลกระทบต่อมนุษยชาติในหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการเปลี่ยนผ่านไปสู่การใช้พลังงานสะอาด (Energy transformation) อุตสาหกรรมการเกษตรและอาหาร ซึ่งที่ประชุมเล็งเห็นว่าทางออกที่มีประสิทธิภาพนั้นต้องการทั้งเทคโนโลยี นวัตกรรมใหม่ๆ และการผลักดันนโยบายทั้งระดับประเทศและนานาชาติที่จะร่วมขับเคลื่อนไปในทิศทางเดียวกัน โดยประเด็นที่รัฐบาลญี่ปุ่นให้ความสำคัญและยกขึ้นมาหารืออีกเรื่อง คือเรื่องของการทูตวิทยาศาสตร์ เนื่องจากประเด็นความขัดแย้ง และสงครามที่บานปลายของขั้วอำนาจต่างๆ ในปัจจุบัน ส่งผลกระทบต่อการผลักดันความร่วมมือในการทำวิจัยและพัฒนาในเวทีนานาชาติ ดังนั้น หน่วยงานสนับสนุนทุนวิจัยจึงถูกคาดหวังว่าจะเข้ามามีส่วนช่วยส่งเสริมประเด็นการทูตวิทยาศาสตร์ เนื่องจากเป็นหน่วยงานที่มีโอกาสทำงานใกล้ชิดกับรัฐบาลในประเทศตนเอง”
อย่างไรก็ตาม ในที่ประชุมครั้งนี้ ประธาน กสว. ยังได้มีโอกาสนำคณะผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัย และ นวัตกรรม (สกสว.) เข้าพบกับประธานของ Japan Society for the Promotion of Science (JSPS) เพื่อหารือเกี่ยวกับความร่วมมือในเรื่องการพัฒนากำลังคน โดยเฉพาะกลุ่มนักวิจัยรุ่นใหม่สาขาที่เกี่ยวกับ climate change, food security, health security, AI และ smart city เป็นต้น และยังเล็งไปถึงการพัฒนาความร่วมมือระยะยาว 5-10 ปี เพื่อให้เกิดความต่อเนื่องและยั่งยืนในอนาคต โดยได้มีการวางแผนการทำงานต่อกับทาง JSPS ภายหลังจากเดินทางกลับประเทศไทยเรียบร้อยแล้ว
และในโอกาสเดียวกันนี้ รศ.ดร. ปัทมาวดี โพชนุกูล ผู้อำนวยการ สกสว. และคณะผู้บริหาร สกสว. ได้ร่วมหารือกับสภาวิจัยประเทศเนเธอร์แลนด์ (Dutch Research Council, NWO) ถึงแผนในการร่วมพัฒนาข้อเสนอโครงการเกี่ยวกับการวิจัยแบบการบูรณาการข้ามศาสตร์ (Transdisciplinarity Research, TDR) ที่ประเทศไทยผลักดันในกลุ่มประชาคมวิจัยโลกมาโดยตลอด โดยจะนำประเด็น AI เข้ามาเสริมเพื่อให้สอดคล้องกับธีมของประเทศเจ้าภาพ โดยข้อเสนอโครงการนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้หน่วยงานในประเทศไทยได้มีโอกาสนำเสนอตัวอย่างความสำเร็จของงานวิจัยไทยที่มีผลกระทบสูง และได้แลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับแนวปฏิบัติการวิจัยแบบการบูรณาการข้ามศาสตร์ของประเทศอื่นๆ ใน side event ที่จะมีขึ้นในที่ประชุมประจำปี Global Research Council ครั้งที่ 13 ณ กรุงริยาด ประเทศซาอุดิอาระเบีย ระหว่างวันที่ 18-22 พฤษภาคม พ.ศ. 2568 ต่อไป
RECENT POST
-
20-03-2025
-
20-03-2025
-
20-03-2025

