news-details
11-10-2019
กรมการขนส่งทางบก กำชับ!!! ผู้ประกอบการคุมเข้มพนักงานขับรถบรรทุก และรถโดยสาร เพิ่มความระมัดระวังการขับขี่ช่วงที่มีฝนตก

ขอความร่วมมือตรวจสอบอุปกรณ์ส่วนควบและความพร้อมของตัวรถ เพื่อป้องกันและลดความเสี่ยงการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนประชาชนพบรถบรรทุกและรถโดยสารสาธารณะไม่ปลอดภัย เอาเปรียบเปรียบผู้โดยสาร แจ้งสายด่วน 1584 ตลอด 24 ชั่วโมง

นายจิรุตม์ วิศาลจิตร อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า วันหยุดยาวสุดสัปดาห์นี้ ในบางพื้นอาจประสบปัญหาฝนตกหนักส่งผลให้สภาพถนนลื่น เพื่อความปลอดภัยลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุที่อาจจะเกิดขึ้น กรมการขนส่ง ทางบก ขอความร่วมมือผู้ประกอบการขนส่งด้วยรถบรรทุกและรถโดยสาร ตรวจสอบรถทุกคันให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานได้อย่างปลอดภัย ในกรณีรถพ่วงบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ ให้ตรวจสอบและใช้อุปกรณ์ที่ใช้สำหรับยึดตรึงตู้คอนเทนเนอร์ (Twist Lock) รถที่ติดตั้งระบบการทำงานของเครื่องบันทึกข้อมูลการเดินทางของรถ หรือ GPS Tracking ผู้ประกอบการขนส่งต้องตรวจสอบพฤติกรรมการขับรถของพนักงานขับรถในสังกัดอย่างเคร่งครัด ต้องส่งข้อมูลประวัติผู้ขับรถให้กับกรมการขนส่งทางบก เพื่อการติดตามพฤติกรรมการเดินรถและรายงานผลพฤติกรรมการขับรถ การใช้ความเร็วของรถบรรทุก ผ่านศูนย์บริหารจัดการเดินรถระบบ GPS ทั้งส่วนกลางและภูมิภาคแบบ Real-time ส่วนผู้ขับรถขอให้ผู้ประกอบการเข้มงวดกวดขันและกำชับผู้ขับรถ ให้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความระมัดระวัง ตรวจตราไม่ให้ผู้ขับรถที่หย่อนความสามารถปฏิบัติหน้าที่ขับรถ และปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ต้อง “ไร้สารเสพติดและแอลกอฮอล์ต้องเป็นศูนย์ 100%” โดยให้ดำเนินการอย่างเข้มข้นต่อเนื่องทุกครั้งที่ปฏิบัติหน้าที่ขับรถ ไม่ให้หรือยินยอมให้ผู้ที่ไม่มีใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถ หรือมีใบอนุญาตที่สิ้นอายุแล้ว หรือเป็นผู้ที่อยู่ระหว่างถูกพักใช้ หรือเพิกถอนใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถปฏิบัติหน้าที่ขับรถ หรือไม่มีความพร้อมในการขับรถปฏิบัติหน้าที่ขับรถโดยเด็ดขาด

อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวเพิ่มเติมว่า ผู้ขับรถบรรทุกและรถโดยสารสาธารณะทุกคนต้องปฎิบัติตาม  กฎจราจรอย่างเคร่งครัด เช่น การขับรถโดยใช้ความเร็วที่เหมาะสม เปิดไฟหน้ารถเมื่อต้องขับรถในพื้นที่ที่มีทัศนวิสัยไม่ดี เพื่อเป็นการช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการมองเห็น และให้ทิ้งระยะห่างจากคันหน้าเพราะสภาพถนนที่เปียกลื่น  ต้องใช้ระยะทางในการหยุดรถเพิ่มขึ้น ห้ามขับรถโดยประมาทหวาดเสียว หลีกเลี่ยงเปลี่ยนช่องทางเดินรถกะทันหันหรือ    ตัดหน้ากระชั้นชิด ตลอดจนการจอดรถในทางเดินรถหรือไหล่ทาง กรณีที่เครื่องยนต์หรือเครื่องอุปกรณ์ของรถขัดข้อง ให้เร่งดำเนินการซ่อมแซม เพื่อนำรถนั้นให้พ้นทางเดินรถโดยเร็วที่สุด โดยให้แสดงเครื่องหมายหรือสัญญาณเตือนให้ รถคันอื่นสังเกตเห็นได้จากระยะปลอดภัยเพื่อป้องกันอุบัติเหตุ พร้อมขอความร่วมมือรถโดยสารสาธารณะให้นำรถเข้าตรวจ ณ จุดตรวจ Checking Point ทุกๆ ระยะทาง 90 กิโลเมตรทั่วประเทศ ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย ช่วยป้องกันลดความเสี่ยงการเกิดอุบัติเหตุอีกทางหนึ่ง ทั้งนี้หากประชาชนพบรถโดยสารสาธารณะมีพฤติกรรมการขับขี่ไม่ปลอดภัย หรือถูกเอาเปรียบจากการใช้บริการ แจ้งศูนย์คุ้มครองผู้โดยสารและรับเรื่องร้องเรียน สายด่วน 1584 ตลอด 24 ชั่วโมง  อธิบดีกรมการขนส่งทางบก  กล่าวในที่สุด