news-details
28-10-2019
สหประกันชีวิต ครบรอบ 25 ปีเเห่งการก่อตั้งบริษัท

บริษัท สหประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ได้จัดงาน “เหลียวหลัง แลหน้า 25 ปี สหประกันชีวิต “ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อขอบคุณสหกรณ์ผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนส่งเสริมสนับสนุนทุกคนทุกฝ่าย ทั้งนี้เป็นการประชาสัมพันธ์ รายงานสถานะความก้าวหน้า สร้างศรัธาและความเชื่อมั่นของบริษัทต่อคนสหกรณ์และสาธาณชน โดยเชิญชวนผู้เกี่ยวข้องร่วมกันเหลียวหลัง แลหน้า สร้างคุณค่าให้ “สหประกันชีวิต”ร่วมกัน และที่สำคัญเพื่อร่วมพบปะสังสรรค์ กระชับความสัมพันธ์ฉันท์น้องพี่ในครอบครัวสหประกันชีวิตที่มีจุดมุ่งหมายเดียวกัน

An image

การจัดงานฉลองครบรอบ 25 ปี แห่งการก่อตั้งบริษัทครั้งนี้ ได้รับเกียรติจากนายอุทัย พิมพ์ใจชน อดีตรัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์ที่เป็นบุคคลสำคัญในการดำเนินการโครงการจัดตั้งบริษัทประกันภัยของสหกรณ์ ซึ่งตามพระราชบัญญัติประกันชีวิต พ.ศ.2535 จะต้องได้รับความเห็นชอบจากรับมนตรี โดยอนุมัติคณะรับมนตรี และได้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลตามประมวลกฎหมาย ภายใต้ชื่อ “บริษัท สหประกันชีวิต จำกัด “ เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2537 มาเป็นประธานในพิธีเปิด โดยมีพลตำรวจเอก นิพจน์ วีระสุนทร ประธานกรรมการบริษัท สหประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วยคณะกรรมการและผู้นำสหกรณ์ ประมาณ 700 คน ให้การต้อนรับ ณ สโมสรตำรวจ ถนนวิภาวดีรังสิต กรุงเทพ วันที่ 24 ตุลาคม 2562

An image

พลตำรวจเอก นิพจน์ วีระสุนทร ประธานกรรมการบริษัท เปิดเผยว่า บริษัท สหประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เป็นบริษัทประกันชีวิตหนึ่งเดียวของชบวนการสหกรณ์ไทย ถือกำเนิดขึ้นด้วยความร่วมมือร่วมใจของสหกรณ์ทุกประเภททั่วประเทศ กว่า 2,200 สหกรณ์ ที่ร่วมกันถือหุ้นเป็นเจ้าของบริษัท โดยได้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลตามกฎหมายเมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2537 ภายใต้การส่งเสริมสนับสนุนจากกรมสหกรณ์ กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ และสันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทยที่ประสงค์ให้สหกรณ์ได้ดำเนินธุรกิจประกันชีวิตที่เป็นธุรกิจของสหกรณ์ร่วมกันตามวิถีสหกรณ์ เพื่อการคุ้มครองภัยและเสริมสร้างหลักประกันความมั่นคงในชีวิตให้กับสมาชิกสหกรณ์และบุคคลในครอบครัว ได้มีการออมทรัพย์อย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง เพิ่มสวัสดิการในการดำรงชีวิตยามวัยชรา เป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดี ทั้งเป็นการลดความเสี่ยงและเพิ่มความมั่นคงเข้มแข็งให้กับสหกรณ์ อันจะส่งผลต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคมและประเทศชาติต่อไป

An image

นายสหพล สังข์เมฆ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สหประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า เป็นที่ทราบกันดีว่าะุรกิจประกันชีวิตมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งต่อระบบเศรษบกิจและสังคมของประเทศเช่นเดียวกับระบบสหกรณ์ ในขณะเดียวกันก็เป็นเครืองมือบริหารความเสี่ยงทางการเงิน เป็นหลักประกันความมั่นคงที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตให้แก่ประชาชนในทุกระดับ ซึ่ง “บริษัท สหประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ถือเป็นบริษัทประกันชีวิตหนึ่งเดียวของขบวนการสหกรณ์ที่มีสหกรณ์ทั้ง 7 ประเภททั่วประเทศ กว่า 2,000 สหกรณ์ ร่วมกันถือหุ้นเป็นเจ้าของ และมีปณิธานอันแน่วแน่ในการสหกรณ์ได้ดำเนินธุรกิจประกันชีวิตร่วมกันตามอุดมการณ์เพื่อสร้างหลักประกันความมั่นคงในชีวิตของสมาชิกสหกรณ์ บุคคลในครอบครัว และบุคคลทั่วไปโดยตลอดระยะเวลา 25 ปีที่ผ่านมา ถ้าเป็นคน ก็เดินทางเข้าสู่วัย”เบญจเพส” ซึ่งเป็นวัยที่แข็งแกร่งมั่นคงแล้ว บริษัทฯ ได้มีส่วนสำคัญในการส่งเสริมผลักดันให้คนสหกรณ์และประชาชนทั่วไปได้รู้จักการนำเอาหลักการประกันชีวิตมาใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรมในการสร้างความมั่นคงในชีวิต อันส่งผลโดยตรงต่อการขับเคลื่อนพัฒนาการด้านสังคม และเศรษฐกิจของประเทศ

An image

ดำเนินธุรกิจมาจนครบปีที่ 25 ได้ผ่านอุปสรรคมาหลายครั้งหลายหน แต่ด้วยความมุ่งมั่นของทุกฝ่ายทั้งคณะกรรมการ ฝ่ายจัดการและความร่วมแรงร่วมใจของสหกรณ์ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ทำให้ฟันฝ่าวิกฤติปัญหามาได้จนได้รับความไว้วางใจและความเชื่อมั่นจากสหกรณ์ผู้ถือหุ้นและสหกรณ์ผู้ใช้บริการอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอในปัจจุบัน ด้วยเหตุที่”สหประกันชีวิต”ก่อกำเนิดขึ้นเพราะกฏหมายสหกรณ์ไม่อนุญาตให้สหกรณ์ดำเนินการจัดทำสวัสดิการในลักษณะการประกันชีวิตเพื่อสร้างหลักประกันความมั่นคงได้เอง จึงต้องแยกมาดำเนินการให้ถูกต้องตามกฏหมาย ดังนั้น บริษัทถือว่าความสำเร็จมิได้วัดเพียงแต่ตัวเลขหรือเชิงปริมาณแต่เพียงอย่างเดียว แต่การที่สหกรณ์ หรือสมาชิกสหกรณ์ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักได้มีการพัฒนาเปลี่ยนแปลงไป ในทางที่ดีขึ้น มีความเข้าใจ เห็นคุณค่าความสำคัญของการสร้างหลักประกันในชีวิต โดยใช้ “สหประกันชีวิต” เป็นเครื่องมือ ถือเป็นความสำเร็จอย่างยั่งยืนที่น่าพอใจยิ่ง จากผลประกอบการของบริษัทที่มีทุนจดทะเบียนจำนวน 2,000 ล้านบาท ซึ่งทุนที่ออกและชำระแล้วกว่า 1,073 ล้านบาท มีสินทรัพย์รวมกว่า 2,285 ล้านบาท มีเงินทุนสำรองประกันภัยกว่า 1,088 ล้านบาท และมีเงินกองทุน 1,101 ล้านบาท

An image

ขอขอบคุณผู้ร่วมก่อตั้ง ผู้ร่วมสานต่อ รวมถึงสหกรณ์และพันธมิตรทางธุรกิจ ตลอดจนถึงผู้มีอุปการคุณทุกท่านที่ให้ความวางใจ และร่วมสนับสนุนกิจการของบริษัทด้วยดีเสมอมา และขอให้คำมั่นว่าบริษัทจะดำเนินธุรกิจโดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของสหกรณ์และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่ายเป็นที่ตั้งควบคู่ไปกับการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม ชุมชน และประเทศชาติต่อไป “นายสหพล กล่าวปิดท้าย