สินทรัพย์ เงินฝาก และสินเชื่อ เติบโตขึ้นในทุกด้าน โดยในปี 2562 เติบโตสูงที่สุด มีจำนวนกว่า 2.88 ล้านล้านบาท, 2.48 ล้านล้านบาท และ 2.16 ล้านล้านบาท ตามลำดับ โดยมีสัดส่วนเงินให้สินเชื่อและเงินฝากสูงที่สุดเป็นอันดับที่ 1 ในระบบสถาบันการเงิน ทั้งนี้ ในปี 2560 มีผลกำไรมากที่สุดในประวัติศาสตร์ของธนาคารออมสิน จำนวนกว่า 31,210 ล้านบาท และในปี 2561 นำส่งรายได้เข้ารัฐได้กว่า 20,054 ล้านบาท ซึ่งสูงที่สุดตั้งแต่มีการนำส่งเงินเข้ารัฐ และสูงสุดเป็นลำดับที่ 4 ของรัฐวิสาหกิจที่นำส่งทั้งหมด
ด้านภาพลักษณ์องค์กร (Re-Branding)
เพื่อเป้าหมายในการปรับเปลี่ยนภาพลักษณ์ของธนาคารออมสินให้เป็น Modern Bank ที่มีความทันสมัย สดใส เข้าถึงง่าย สอดคล้องกับยุคได้มีการจัดประกวด GSB Brand Ambassador & GSB Smart MC เพื่อคัดเลือกพนักงานที่มีความรู้ความสามารถทำหน้าที่ในการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีและทันสมัยให้แก่องค์กร การเพิ่มช่องทางประชาสัมพันธ์ ผ่านสื่อออนไลน์เพื่อให้เข้าถึงและรับฟังความต้องการของลูกค้าได้ทุกกลุ่ม และทุกสถานที่ อาทิ GSB Now และ Sticker Line น้องออมจังกับพี่ตังค์ตรึม บน Line OfficialGSB Society บน Facebook นอกจากนั้น มีการนำกลยุทธ์ทางการตลาดรูปแบบใหม่ทั้งด้าน Music Strategy และ Sport Strategy ที่เน้นการเข้าถึงจิตวิญาณผู้บริโภคสามารถเพิ่มฐานลูกค้ากลุ่มเด็กวัยรุ่นและวันเริ่มทำงานให้สูงขึ้น มาใช้ในการสื่อสารภาพลักษณ์ขององค์กร ได้แก่ การออกบัตรเดบิตลาย SBfive และ BNK48 ตาม Life Style และความนิยมของคนรุ่นใหม่การจัดทำโฆษณาและเพลงประกอบโฆษณาชุด “ออมสินดูแลคุณมากกว่าใคร”ที่ ขับร้องโดยศิลปินนักร้องชื่อดัง ขณะเดียวกัน ยังมีการจัดคอนเสิร์ตสุดพิเศษ “GSB DUO Concert” สำหรับลูกค้าธนาคารออมสินโดยเฉพาะ การจัดแข่งขัน e-Sport ที่สนาม GSB “PRINCESS BEJARATANA” ARENA ESPORTS@ธนาคารออมสิน
ด้าน Innovation Product & Service
เพื่อพัฒนาและคิดค้นนวัตกรรมบริการทางการเงินที่ช่วยสร้างประสบการณ์ใหม่ในการทำธุรกรรมทางการเงินให้แก่ลูกค้ารองรับการใช้ชีวิตในยุคสังคมดิจิทัล โดยเปิดให้บริการ MYMO : My Money My Mobile ซึ่งเป็น Mobile Banking Application ที่มี Feature ที่ใช้งานง่ายและปลอดภัย ตอบสนองการทำธุรกรรมการเงินได้อย่างรวดเร็ว ทุกที่ ทุกเวลา อาทิ การให้บริการสลากออมสินแบบ Digital Salak on Mymo บริการถอนเงินสดผ่านเครื่อง ATM โดยไม่ใช้บัตรรายแรกในประเทศไทย ในบริการ Mymo Mycard พร้อมยกระดับประสบการณ์ด้วยคะแนนสะสมจากการทำธุรกรรมผ่าน MyMo ด้วย GSB Money เพื่อนำคะแนนสะสมมาแลกสินค้าและบริการสุด Exclusive
นอกจากนี้ ยังได้ปรับรูปแบบการให้บริการที่สาขาด้วยบริการธุรกรรมทางการเงินอัตโนมัติโดยไม่ใช้พนักงาน ด้วยเครื่องVTM (Virtual Teller Machine)ในสาขา Digi-Thai Life Solution by GSB และยกระดับการให้บริการของพนักงานสาขา ด้วยการให้บริการนอกสถานที่ผ่านเครื่องSUMO เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ลูกค้า ในส่วนของผลิตภัณฑ์บัตรอิเล็กทรอนิกส์เป็นครั้งแรกที่ธนาคารออกผลิตภัณฑ์บัตรเครดิต GSB Credit Card ของตนเองภายใต้แนวคิด “สุขแบบไทยใช้แบบพอเพียง” พร้อมทั้งเปิดตัว GSB PAY ที่สร้างปรากฎการณ์ในวงการการเงินธนาคาร โดยเป็น Application ที่สามารถรวบรวมบัตรเดบิตและบัตรเครดิตของทุกธนาคารไว้ในที่เดียว

ด้าน Customer Value
เป็นครั้งแรกของธนาคารที่มีการปรับโครงสร้างและกระบวนการครั้งใหญ่ โดยยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง (Customer Centric) เพื่อส่งมอบคุณค่าให้แก่ลูกค้าได้อย่างเฉพาะเจาะจง เหมาะกับความต้องการ ตอบโจทย์ได้ตลอดช่วงชีวิตของลูกค้า จึงส่งผลให้ ณ สิ้นปี 2562 ธนาคารมีจำนวนลูกค้ากว่า 22 ล้านราย เพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 20 จากปี 2557 และคิดเป็น 1 ใน 3 ของประชากรที่มีอายุ 7 ปีขึ้นไปของประเทศ หรือกว่าร้อยละ 36 ด้วยการนำเสนอผลิตภัณฑ์/บริการ/ช่องทางอย่างเหมาะสมกับความต้องการของแต่ละกลุ่ม ได้แก่
กลุ่มเด็กและเยาวชน จากเดิมที่ธนาคารมีโครงการธนาคารโรงเรียนและกิจกรรมส่งเสริมศักยภาพด้านต่างๆ อยู่แล้ว ได้ต่อยอดสู่โครงการ GSB Virtual School Bank และ GSB Digital School Bank เพื่อให้เข้ากับยุคสมัยและขยายกลุ่มเป้าหมายได้กว้างและเร็วยิ่งขึ้น รวมถึงต่อยอดสู่กลุ่มนักศึกษาและผู้ที่เพิ่งเริ่มทำงาน ด้วยการจัดโครงการ GSB Startup Academy University Model ร่วมกับ 68 สถาบันอุดมศึกษาทั่วประเทศบ่มเพาะนิสิต/นักศึกษา สู่ผู้เริ่มประกอบกิจการ หรือ Startup และจัดประกวดแนวคิดธุรกิจคนรุ่นใหม่ สุดยอด SMEs Startup ตัวจริง สำหรับบุคคลทั่วไปและผู้ประกอบการ ส่งผลให้สัดส่วนลูกค้ากลุ่มนักเรียน/นักศึกษา เพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 46 และกลุ่มผู้ที่เพิ่งเริ่มทำงาน เพิ่มขึ้นร้อยละ 35 สูงกว่าการเพิ่มขึ้นของลูกค้าภาพรวม
สำหรับกลุ่มผู้สูงวัย ที่ประเทศไทยกำลังจะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ (Aged Society) ธนาคารเข้าดูแลส่งเสริมการออมและสร้างความมั่นคงในชีวิต ด้วยกิจกรรมและสินเชื่อหลากหลายรูปแบบ โดยเฉพาะสินเชื่อ Reverse Mortgage ที่เป็นผลิตภัณฑ์ที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงในต่างประเทศ และถือเป็นครั้งแรกของประเทศไทยที่มีผลิตภัณฑ์ลักษณะนี้ให้บริการ
ด้าน Social Value
เพื่อยกระดับเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน ได้น้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน หรือ SDGs ของสหประชาชาติ มาเป็นหลักในการกำหนดกรอบแนวคิด 3 ออมสร้างโลกสีชมพู ได้แก่ ออมเศรษฐกิจ ออมสังคม และออมสิ่งแวดล้อม โดยพัฒนากลไก3 สร้างสู่ความยั่งยืน เพื่อการยกระดับเศรษฐกิจฐานรากอย่างครบวงจร ตั้งแต่การสร้างความรู้/สร้างอาชีพ สร้างตลาด/สร้างรายได้ และสร้างโอกาสการเข้าถึงแหล่งทุน ส่งผลให้ระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนฐานรากที่เป็นลูกค้าของธนาคารออมสินเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องพร้อมจัดตั้งศูนย์พัฒนาเศรษฐกิจฐานรากสู่ความยั่งยืน (GSB Sustainable Banking Center) 100 แห่งทั่วประเทศ มิติใหม่ของสถาบันการเงินที่มีสาขาดูแลด้านสังคมโดยเฉพาะทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางด้านการเงิน (Financial Logistic Center) และศูนย์กลางการพัฒนาที่ยั่งยืนในด้านต่างๆ ทั้งการเป็นศูนย์ที่ปรึกษาทางการเงิน ศูนย์แก้ไขหนี้นอกระบบ ศูนย์พัฒนาอาชีพ ศูนย์จัดแสดงสินค้าชุมชน ศูนย์กลางแนะนำสถานที่ท่องเที่ยว “ชุมชนนวัตวิถี” และศูนย์รักษาพยาบาลเบื้องต้น
ด้านการเพิ่มศักยภาพการบริหารจัดการองค์กร
เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและยกระดับการบริหารจัดการ โดยเฉพาะการกำหนดเป้าหมายและวัดผลการดำเนินงาน ธนาคารได้พัฒนาสู่ระบบ Point System ที่สามารถเปรียบเทียบความคุ้มค่าของการออกผลิตภัณฑ์/บริการ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ธนาคารอย่างแท้จริง และนำมากำหนดเป็นตัววัดจำนวน Point รายผลิตภัณฑ์/บริการในแต่ละพื้นที่ของการให้บริการได้ ในส่วนของการบริหารทรัพยากรบุคคลภายใต้การเปลี่ยนแปลงในยุคปัจจุบันที่ต้องการความรวดเร็ว ทุกที่ทุกเวลา ธนาคารได้พัฒนา MEMO (Modern Employee on Mobile) ที่เป็น Application การบริหารทรัพยากรบุคคลอย่างครบวงจร นอกจากนี้ได้เปิด ศูนย์วิจัยธนาคารออมสิน เพื่อเป็นศูนย์กลางการศึกษา วิเคราะห์ และวิจัยสถานการณ์แนวโน้มเศรษฐกิจระดับมหภาค จุลภาค โดยเฉพาะเศรษฐกิจฐานราก และด้านอื่นๆ ซึ่งถือเป็นศูนย์วิจัยด้านเศรษฐกิจฐานรากแบบเฉพาะเจาะจงแห่งแรกของประเทศไทย
สำหรับการพัฒนาศักยภาพในด้านต่างๆ ของธนาคาร ทั้งภาพลักษณ์ นวัตกรรมด้านผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงิน กระบวนการทางธุรกิจ การสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ลูกค้า การสร้างความยั่งยืนให้กับสังคม และยกระดับเศรษฐกิจฐานรากให้เข้มแข็ง รวมไปถึงการยกระดับมาตรฐานการบริหารจัดการ การตรวจสอบและควบคุมภายใน การกำกับดูแลกิจการที่ดี และการบริหารความเสี่ยงให้มีประสิทธิภาพ เป็นที่ประจักษ์ต่อสาธารณชน ทำให้ธนาคารได้รับการยกย่องและได้รับมอบรางวัลสำคัญที่สร้างความภาคภูมิใจให้แก่องค์กร ได้แก่ การได้รับรางวัลการบริหารสู่ความเป็นเลิศ (TQC/TQC+) 3 ปีซ้อน ในปี 2560-2562 ซึ่งเป็นสถาบันการเงินแห่งแรกที่ได้รับรางวัลดังกล่าว รางวัลรัฐวิสาหกิจยอดเยี่ยม และรางวัลผู้นำองค์กรดีเด่น ในงานมอบรางวัลรัฐวิสาหกิจดีเด่นประจำปี 2561 รางวัลองค์กรที่โดดเด่นแห่งเอเชีย (Outstanding Brands) ประจำปี 2562 รางวัลองค์กรโปร่งใส (NACC Integrity Award) 3 ปีซ้อน ในปี 2560-2562 รางวัลการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ (ITA Awards) ประจำปี 2562 โดยมีระดับผลการประเมิน (Rating Score) ในระดับ AA ถึง 3 ปีติดต่อกัน ธนาคารเพื่อลูกค้ารายย่อยแห่งปี (Best Retail Bank of The Year) 4 ปีต่อต่อกัน ในปี 2559-2562 รางวัลนักการเงินแห่งปี (Financier of The Year) 2 ปี ในปี 2559 และ 2561 รางวัลนักการธนาคารแห่งปี (Banker of the Year) 3 ปี ในปี 2559, 2560 และ 2562 รางวัล CEO แห่งปี ในปี 2561
นอกเหนือจากการได้รับรางวัลจากหน่วยงานต่างๆ แล้วนั้น การได้มีโอกาสเข้าร่วมเป็นตัวแทนในการจัดกิจกรรมที่สำคัญ ก็ถือเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจของชาวธนาคารออมสินทุกคน ได้แก่ การจัดกิจกรรมแสดงความจงรักภักดี และถวายความอาลัยต่อการสวรรคตของพระบามสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ผ่าน “โครงการแสงแห่งรัก” ปรากฎการณ์แสงแห่งความจงรักภักดีจากประชาชนนับล้านดวงพร้อมกันทั่วประเทศ การจัดทำภาพยนตร์ประกอบเพลงสรรเสริญพระบารมี ชุด “พระมหากษัตริย์แห่งการออม” จัดทำสารคดีเฉลิพระเกียรติ “สายธารพระราชไมตรี” และ “ตามรอยเสด็จฯ ประเทศสวิตเซอแสนด์” จัดนิทรรศการ “น้อมนำพระราชดำรัสสู่วิถีการออมอย่างยั่งยืน” และร่วมกับกระทรวงวัฒนธรรม จัดพิมพ์หนังสือ “พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช” และ “99 พระบรมราโชวาท น้อมนำราษฎร์ร่มเย็นเป็นสุขศานต์” เพื่อมอบให้แก่ประชาชนทั่วประเทศ การจัดกิจกรรมเทิดพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ์ บดินทรเทพยวรางกูร รัชกาลที่ 10 ผ่านภาพยนตร์ประกอบเพลงสรรเสริญพระบารมี ชุด “ทศกษัตรา ราชจักรีวงศ์” ได้รับพระมหากรุณาธิคุณให้ร่วมออกร้าน “ธนาคารออมสินสาขาไออุ่นรัก” ในงานอุ่นไอรักคลายความหนาว “สายน้ำแห้งรัตนโกสินทร์” รวมทั้งได้รับพระราชานุญาตให้เชิญตราสัญลักษณ์การจัดงานฯ ไปประดับบน “กระปุกอุ่นไอรัก” นอกจากนั้น ธนาคารออมสินยังได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสถาบันธนาคารออมสินโลก "WSBI Annual Meetings 2016 : Banking in the 21st Century" ถือเป็นการยกระดับองค์กรสู่ระดับสากล และเป็นครั้งแรกของธนาคารที่ได้รับเกียรติดังกล่าว.
RECENT POST
-
20-03-2025
-
20-03-2025
-
20-03-2025

