ผศ.ดร.นพ.วิชช์ เกษมทรัพย์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและจัดการความรู้เพื่อการควบคุมยาสูบ (ศจย.) กล่าวว่า เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2565 ที่ผ่านมา นายโจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ได้เห็นชอบกฎหมายที่สภาคองเกรสสหรัฐฯ เสนอให้การขยายอำนาจขององค์การอาหารและยาสหรัฐฯ หรือเอฟดีเอ สหรัฐฯ ในการควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบแบบที่ไม่ได้ทำจากใบยาสูบ เช่น การใช้นิโคตินสังเคราะห์ในผลิตภัณฑ์บุหรี่ไฟฟ้าแบบใหม่ที่พยายามใช้ช่องว่างของกฎหมายจำหน่ายและทำการตลาดในวัยรุ่น ซึ่ง “นิโคตินสังเคราะห์” เป็นนิโคตินที่สังเคราะห์ขึ้นจากสารเคมีในห้องแลป โดยไม่ได้ใช้ใบยาสูบ บริษัทบุหรี่ไฟฟ้านำนิโคตินสังเคราะห์มาใช้สำหรับบุหรี่ไฟฟ้าแบบใหม่ ๆ โดยเฉพาะแบบใช้แล้วทิ้งที่กำลังเป็นที่นิยมของวัยรุ่น เช่น ยี่ห้อ Puff bar ที่โฆษณาว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่ปลอดยาสูบ หรือ “tobacco free” จากการสำรวจเด็กมัธยมสหรัฐอเมริกาเมื่อปี 2564 พบเด็กมัธยมต้นสูบบุหรี่ไฟฟ้ายี่ห้อ Puff bar เพิ่มขึ้นถึง 30.3% และมัธยมปลายเพิ่มขึ้น 26.1% ในขณะที่ความนิยมบุหรี่ไฟฟ้ายี่ห้อ JUUL ที่ใช้นิโคตินจากใบยาสูบของเด็กมัธยมต้นลดลง 12.5% และมัธยมปลายลดลง 5.7%

ด้าน ดร.พญ.เริงฤดี ปธานวนิช อาจารย์ภาควิชาเวชศาสตร์ชุมชน คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี กล่าวว่า ก่อนปี 2563 แทบจะไม่มีบุหรี่ไฟฟ้ายี่ห้อไหนใช้นิโคตินแบบสังเคราะห์ แต่ภายหลังจากที่เอฟดีเอ สหรัฐฯ เริ่มมีมาตรการที่คุมเข้มน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าที่มีรสชาติดึงดูดวัยรุ่น ทำให้บริษัทบุหรี่ไฟฟ้านำ “นิโคตินสังเคราะห์” มาเป็นส่วนผสมของน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า เพราะไม่ได้ใช้ใบยาสูบทำให้ไม่อยู่ภายใต้การควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบของเอฟดีเอ สหรัฐฯ ส่งผลให้ปัจจุบัน 2 ใน 3 ของบุหรี่ไฟฟ้าที่ขายในสหรัฐอเมริกาใช้น้ำยานิโคตินแบบสังเคราะห์และยอดจำหน่ายเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
“จากการสำรวจเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2565 พบผลิตภัณฑ์บุหรี่ไฟฟ้าที่โฆษณาว่าเป็น “ผลิตภัณฑ์ปลอดยาสูบ” (tobacco-free) หรือ “นิโคตินสะอาด”(clean nicotine) มีจำหน่ายกว่า 100 ยี่ห้อ นอกจากนี้ข้อมูลของเอฟดีเอ สหรัฐฯ ระบุว่ายอดจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าที่ใช้น้ำยานิโคตินสังเคราะห์นี้เพิ่มขึ้น 290% โดยมียอดจำหน่ายสูงถึง 6.46 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ต่อเดือน ในขณะที่ยอดจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าแบบใช้นิโคตินจากใบยาสูบลดลงอย่างมาก ด้วยเหตุนี้จึงทำให้สหรัฐฯ ออกกฎหมายให้เอฟดีเอ สหรัฐฯ มีอำนาจควบคุมผลิตภัณฑ์เหล่านี้ด้วย” ดร.พญ.เริงฤดี กล่าว
ดร.พญ.เริงฤดี กล่าวต่อว่า นอกจากนิโคตินสังเคราะห์จะเป็นภัยร้ายต่อวัยรุ่นและมาตรการควบคุมการบริโภคยาสูบแล้ว กลุ่มที่น่าจะได้รับผลกระทบอย่างหนักคือ “ชาวไร่ยาสูบ” ที่ถูกเครือข่ายสนับสนุนบุหรี่ไฟฟ้า บริษัทบุหรี่ไฟฟ้าและนักการเมืองบางคนให้ความหวังว่าจะช่วยเพิ่มรายได้ให้กับชาวไร่จากการนำใบยาสูบมาผลิตเป็นน้ำยานิโคตินสำหรับบุหรี่ไฟฟ้า แต่ปัจจุบันความนิยมของบุหรี่ไฟฟ้าแบบใช้นิโคตินสังเคราะห์มีเพิ่มขึ้นและยังมีราคาถูกลงเรื่อย ๆ ซึ่งจะทำให้ความต้องการใบยาสูบเพื่อนำไปผลิตน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าลดน้อยลง และหลายบริษัทที่ผลิตนิโคตินสังเคราะห์ยังได้กล่าวอ้างว่า “นิโคตินสังเคราะห์จะเข้ามาแทนที่นิโคตินจากใบยาสูบ เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากกว่าและลดผลกระทบจากการทำไร่ยาสูบ” จึงอยากฝากไปถึงชาวไร่ยาสูบว่าการที่กลุ่มสนับสนุนบุหรี่ไฟฟ้าอ้างว่าชาวไร่ยาสูบจะได้ประโยชน์เป็นการอ้างที่ต้องการลวงให้ชาวไร่สนับสนุนบุหรี่ไฟฟ้า ดังนั้นขอชาวไร่ยาสูบอย่าหลงเชื่อคำลวงของคนกลุ่มนี้จนยอมให้คนกลุ่มนี้ใช้เป็นเครื่องมือเพื่อปลดล็อกบุหรี่ไฟฟ้าในประเทศไทย
อ้างอิง
The Loophole That’s Fueling a Return to Teenage Vaping: https://www.nytimes.com/2022/03/08/health/vaping-fda-nicotine.html
Marketing of “Tobacco-Free” and “Synthetic Nicotine” Products: https://tobacco.stanford.edu/wp-content/uploads/2022/03/Synthetic-Nicotine-White-Paper-3-8-2022F.pdf
RECENT POST
-
20-03-2025
-
20-03-2025
-
20-03-2025

