news-details
09-06-2023
กรุงศรี ผนึกเครือข่ายพันธมิตรไทย-ญี่ปุ่น-อาเซียน จัดงานจับคู่เจรจาธุรกิจสุดยิ่งใหญ่ ดันสตาร์ทอัพผงาดไกลเหนืออาเซียน

นายเคนอิจิ ยามาโตะ (ซ้ายสุด) กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ ฯพณฯ นายโอบะ ยูอิจิ (2 จากซ้าย) อุปทูต สถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย, นายอนุชา นาคาศัย (2 จากขวา) รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และผศ.ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ (ขวาสุด) ผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) จัดงาน Japan-ASEAN Startup Business Matching Fair 2023 งานจับคู่เจรจาธุรกิจสตาร์ทอัพครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในอาเซียน ในโอกาสฉลองครบรอบ 50 ปี ความสัมพันธ์ระหว่างอาเซียน-ญี่ปุ่น พร้อมไปกับส่งเสริมเศรษฐกิจการค้าระหว่างอาเซียนและญี่ปุ่น ด้วยการเปิดโอกาสให้สตาร์ทอัพดาวรุ่งมากกว่า 60 ราย จากเก้าประเทศ ได้แสดงศักยภาพต่อนักลงทุนมากกว่า 160 บริษัทชั้นนำจากหกประเทศ เพื่อสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุน และต่อยอดการเติบโตให้ไปได้ไกลกว่าในระดับอาเซียน

 กรุงศรี (ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)) ในเครือของมิตซูบิชิ ยูเอฟเจ ไฟแนนเชียล กรุ๊ป (MUFG) หนึ่งในกลุ่มสถาบันการเงินที่ใหญ่ที่สุดระดับโลก พร้อมด้วยเครือข่ายพันธมิตรทั้งจากหน่วยงานภาครัฐและองค์กรธุรกิจชั้นนำ ไทย-ญี่ปุ่น-อาเซียน อาทิ กระทรวงเศรษฐกิจ การค้า และอุตสาหกรรม (The Ministry of Economy, Trade and Industry: METI) ประเทศญี่ปุ่น สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) และ Techo Startup Center และ Khmer Enterprise หน่วยงานภายใต้กระทรวงเศรษฐกิจและการคลังของประเทศกัมพูชา จัดงาน Japan-ASEAN Startup Business Matching Fair 2023 งานจับคู่เจรจาธุรกิจสตาร์ทอัพครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในอาเซียน ในโอกาสฉลองครบรอบ 50 ปี ความสัมพันธ์ระหว่างอาเซียน-ญี่ปุ่น พร้อมไปกับส่งเสริมเศรษฐกิจการค้าระหว่างอาเซียนและญี่ปุ่น ด้วยการเปิดโอกาสให้สตาร์ทอัพดาวรุ่งมากกว่า 60 ราย จากเก้าประเทศ ได้แสดงศักยภาพต่อนักลงทุนมากกว่า 160 บริษัทชั้นนำจากหกประเทศ เพื่อสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุน และต่อยอดการเติบโตให้ไปได้ไกลกว่าในระดับอาเซียน

ในโอกาสนี้ ฯพณฯ นายโอบะ ยูอิจิ อุปทูต สถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย ได้ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีและกล่าวถึงความร่วมมือครั้งนี้ว่า การสนับสนุนธุรกิจสตาร์ทอัพถือเป็นหนึ่งเรื่องที่รัฐบาลญี่ปุ่นให้การสนับสนุน ซึ่งอยู่ภายใต้กลยุทธ์เรื่องการเปลี่ยนแปลงสู่ความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมของญี่ปุ่น (GX Strategy) และการส่งเสริมโมเดลเศรษฐกิจใหม่ BCG Model ของไทย และกุญแจสำคัญที่ช่วยให้งานครั้งนี้บรรลุผลสำเร็จคือ ความร่วมมือเพื่อสร้างสรรค์ประโยชน์ร่วมกันอย่างแท้จริง (Co-creation) ซึ่งงานครั้งนี้รัฐบาลญี่ปุ่นพร้อมให้การสนับสนุนร่วมกับรัฐบาลไทย และภาคเอกชนทั้งในประเทศไทยและอาเซียน เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจและร่วมส่งเสริมเศรษฐกิจระหว่างอาเซียนและญี่ปุ่น พร้อมเน้นย้ำถึงความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันระหว่างอาเซียน-ญี่ปุ่น ในวาระครบรอบ 50 ปี และจะสานต่อการทำงานร่วมกับภาครัฐและภาคเอกชนไทยเพื่อต่อยอดความสัมพันธ์ให้ยั่งยืนต่อไปฯพณฯ นายโอบะ ยูอิจิ อุปทูต สถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย

โดยทางด้าน นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้เผยถึงความสำคัญของการจัดงานในครั้งนี้ว่าเปรียบเสมือนเวทีที่จะช่วยเติมเต็มและต่อยอดทางธุรกิจ ซึ่งสอดคล้องกับแนวนโยบายของรัฐบาลในการพัฒนา ส่งเสริม และสนับสนุนสตาร์ทอัพ ตลอดจนเป็นการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างประเทศ และระหว่างภูมิภาค รวมถึงการส่งเสริมโมเดลเศรษฐกิจใหม่ BCG Model เพื่อให้เกิดนวัตกรรมทางเศรษฐกิจที่เอื้อต่อสังคมชุมชน อันถือเป็นเศรษฐกิจฐานรากของประเทศได้อย่างทั่วถึง ทางด้านผู้บริหารระดับสูงจากเครือข่ายพันธมินายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

ผศ.ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) ได้กล่าวว่า งานนี้เป็นโอกาสที่จะนำไปสู่ความร่วมมือใหม่ ๆ ระหว่างญี่ปุ่นและอาเซียน พร้อมเน้นย้ำถึงความสำคัญของดิจิทัลสตาร์ทอัพต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจว่า ความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรมจะช่วยเพิ่มโอกาสในการขยายธุรกิจสู่ตลาดระดับสากล ดึงดูดนักลงทุน และสร้างตำแหน่งงาน ทั้งยังช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนโดยเฉพาะมิติด้านสิ่งแวดล้อม และสังคม พร้อมช่วยกระตุ้นให้ประเทศเกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืนอีกด้วยผศ.ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa)

ด้าน นายเคนอิจิ ยามาโตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “กรุงศรี ขอขอบคุณพาร์ทเนอร์ทุกท่านที่ให้การสนับสนุน และร่วมผลักดันให้เกิดกิจกรรมในวันนี้ขึ้น โดยเรามีจุดมุ่งหมายเดียวกันในการสร้างอีโคซิสเต็มให้สตาร์ทอัพด้วยการสนับสนุนด้านเงินทุน ความรู้ด้านเทคโนโลยี และข้อมูลธุรกิจ จนสามารถต่อยอดการคิดค้นนวัตกรรมหรือเทคโนโลยีเพื่อแก้ไขปัญหาของโลกในด้านต่าง ๆ รวมถึงมีส่วนช่วยในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย และเศรษฐกิจของภูมิภาคให้เติบโตได้อย่างยั่งยืน และด้วยประสบการณ์ในการจัดงาน Business Matching อันเป็นหนึ่งในบริการที่โดดเด่นของกรุงศรีในการสร้างพื้นที่เชื่อมโยงทางธุรกิจ เราคาดว่าจะประสบความสำเร็จในการจับคู่ธุรกิจไม่ต่ำกว่า 360 คู่”นายเคนอิจิ ยามาโตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)

สำหรับงาน Japan-ASEAN Startup Business Matching Fair 2023 นับเป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการและสตาร์ทอัพในกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายที่มีศักยภาพมากกว่า 60 บริษัทจากเก้าประเทศ ได้แก่ ไทย เวียดนาม ฟิลิปปินส์ กัมพูชา ลาว อินโดนีเซีย สิงคโปร์ ญี่ปุ่น และฟินแลนด์ ในหลากหลายกลุ่มธุรกิจอย่าง เฮลท์เทค มาร์เก็ตเพลส ฟินเทค โลจิสติกส์ และคาร์บอนเครดิต เป็นต้น ได้มาพบปะเจรจาการค้า และนำเสนอแผนงานธุรกิจกับบรรดานักลงทุนมากกว่า 160 บริษัทชั้นนำจากหกประเทศในที่เดียว ซึ่งได้รวบรวมสตาร์ทอัพโดยมีสตาร์ทอัพดาวรุ่งอย่าง Zeroboard Inc. สตาร์ทอัพสัญชาติญี่ปุ่นที่เชี่ยวชาญด้านคลาวด์เทคโนโลยีเกี่ยวกับการคำนวณและการแสดงผลลัพธ์การปล่อยก๊าซเรือนกระจกของธุรกิจและซัพพลายเชน DoctorTool สตาร์ทอัพธุรกิจกลุ่มเฮลท์เทคที่เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ทางไกล และการจัดจำหน่ายเครื่องมืออุปกรณ์ทางการแพทย์จากประเทศอินโดนีเซีย และ Nham24 สตาร์ทอัพธุรกิจกลุ่มมาร์เก็ตเพลสซึ่งเป็นแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ บริการส่งอาหารและเรียกแท็กซี่ อันดับหนึ่งในประเทศกัมพูชาให้ความสนใจเข้าร่วมด้วยเช่นกัน

งาน Japan-ASEAN Startup Business Matching Fair 2023ภายในงานนอกจากจะมีกิจกรรมไฮไลต์ที่น่าสนใจอย่างการนำเสนอผลงานของสตาร์ทอัพ (Startup Pitching) ที่เหล่าสตาร์ทอัพจะได้นำเสนอแผนธุรกิจต่อหน้านักลงทุนเพื่อปูทางสู่การต่อยอดธุรกิจแล้ว ยังมีกิจกรรมการจับคู่เจรจาธุรกิจ (Business Matching) และบูธจัดแสดงจากผู้ประกอบการและสตาร์ทอัพกว่า 60 ราย โดย กรุงศรี ซึ่งเป็นสถาบันการเงินในกลุ่ม MUFG ที่มีความเชี่ยวชาญและเครือข่ายที่ครอบคลุมในประเทศญี่ปุ่นและภูมิภาคอาเซียน โดยเฉพาะในด้านการสนับสนุนและลงทุนในเทคโนโลยีนวัตกรรมและสตาร์ทอัพ ซึ่งได้ใช้โอกาสนี้ในการช่วยผลักดันผู้ประกอบการและสตาร์ทอัพให้ได้โชว์ศักยภาพและความคิดสร้างสรรค์จากการริเริ่มธุรกิจที่ล้วนสอดรับกับเทรนด์ของโลกที่แปรเปลี่ยนไป รวมถึงการพบปะกลุ่มนักลงทุนที่มีความพร้อมที่จะช่วยผลักดันให้สตาร์ทอัพที่มีศักยภาพได้เติบโตต่อไปโดยไม่จำกัดแค่ในตลาดอาเซียน ขณะเดียวกันก็ถือเป็นเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ที่ไม่ได้จำกัดเฉพาะการบริหารจัดการการเงิน แต่ยังรวมถึงความรู้ด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่จำเป็นสำหรับธุรกิจอีกด้วย

“การจัดงานในครั้งนี้ นับเป็นอีกวาระสำคัญที่กรุงศรีได้แสดงจุดยืนและคำมั่นสัญญาที่จะก้าวสู่การเป็นสถาบันการเงินไทยที่เป็นที่หนึ่งในใจลูกค้า พร้อมเชื่อมโยงความต้องการของลูกค้าทั่วทั้งภูมิภาคอาเซียน ทั้งยังสะท้อนถึงวิสัยทัศน์เชิงกลยุทธ์ทางธุรกิจของกรุงศรีเกี่ยวกับการสร้างเครือข่ายธุรกิจและความร่วมมืออันแข็งแกร่งในภูมิภาคอาเซียน (ASEAN-Linked Business) ส่งเสริมการดำเนินธุรกิจเพื่อความยั่งยืน (ESG-Linked Business) และพร้อมเดินหน้าสร้างสรรค์นวัตกรรมผลิตภัณฑ์และบริการดิจิทัล (Digital & Innovation) เพื่อประโยชน์ต่อลูกค้าทั้งในประเทศไทยและอาเซียน อนาคตที่ยั่งยืนสำหรับทุกคน” นายยามาโตะ กล่าวปิดท้าย

เกี่ยวกับกรุงศรี

กรุงศรี (ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) และบริษัทในเครือ) เป็นกลุ่มธุรกิจการเงินที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 5 ของไทยด้านสินทรัพย์ สินเชื่อ และเงินฝาก และเป็นหนึ่งในหกสถาบันการเงินที่มีความสำคัญเชิงระบบ (D-SIB) โดยดำเนินธุรกิจมานานถึง 78 ปี กรุงศรีเป็นบริษัทในเครือของมิตซูบิชิ ยูเอฟเจ ไฟแนนเชียล กรุ๊ป (MUFG) กลุ่มสถาบันการเงินที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น และเป็นหนึ่งในกลุ่มสถาบันการเงินที่ใหญ่ที่สุดระดับโลก กลุ่มกรุงศรีให้บริการทางการเงินการธนาคารอย่างครบวงจร ทั้งในด้านสินเชื่อเพื่อรายย่อย การลงทุน การบริหารจัดการกองทุน รวมทั้งผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินอันหลากหลายแก่กลุ่มลูกค้าบุคคล ลูกค้า SME และลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่ ผ่านสาขาของธนาคารกว่า 605 สาขา (เป็นสาขาที่ให้บริการทางการเงินในรูปแบบปกติ 565 สาขาและสาขาที่ให้บริการเฉพาะสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ 40 สาขา) และช่องทางการขายกว่า 33,579 แห่งทั่วประเทศ นอกจากนี้ กรุงศรียังเป็นผู้ออกบัตรเครดิตรายใหญ่ที่สุดของประเทศ โดยมีจำนวนบัญชีบัตรเครดิตและสินเชื่อเพื่อการผ่อนชำระ/สินเชื่อส่วนบุคคลมากกว่า 10 ล้านบัญชี และเป็นผู้ให้บริการด้านสินเชื่อรถยนต์ชั้นนำ (กรุงศรี ออโต้) พร้อมทั้งมีบริษัทบริหารจัดการกองทุนที่มีอัตราเติบโตสูงที่สุดแห่งหนึ่ง (บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนกรุงศรี จำกัด) ทั้งยังเป็นผู้บุกเบิกธุรกิจสินเชื่อเพื่อผู้มีรายได้น้อย (บริษัท เงินติดล้อ จำกัด (มหาชน)) อีกด้วย

กรุงศรีมีพันธสัญญาในการดำเนินธุรกิจด้วยความซื่อสัตย์สุจริตอย่างสูงสุด ธนาคารและบริษัทในเครือได้ผ่านการรับรองการเป็นสมาชิกอย่างสมบูรณ์ของ “แนวร่วมปฏิบัติของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านทุจริต” โดยมุ่งร่วมมือกับองค์กรชั้นนำในไทยและผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียของธนาคาร เพื่อให้การดำเนินธุรกิจปราศจากการทุจริตคอร์รัปชั่น

เกี่ยวกับมิตซูบิชิ ยูเอฟเจ ไฟแนนเชียล กรุ๊ป (MUFG)

มิตซูบิชิ ยูเอฟเจ ไฟแนนเชียล กรุ๊ป (MUFG) เป็นหนึ่งในกลุ่มสถาบันทางการเงินชั้นนำระดับโลก มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ ณ กรุงโตเกียว ด้วยประวัติศาสตร์อันยาวนานในการดำเนินธุรกิจกว่า 360 ปี MUFG มีเครือข่ายสำนักงานราว 2,400 แห่ง ในกว่า 50 ประเทศทั่วโลกและมีพนักงานกว่า 170,000 คน MUFG นำเสนอบริการทางการเงินที่หลากหลายครอบคลุมทั้งธุรกิจธนาคารพาณิชย์ ทรัสต์แบงก์กิ้ง ธุรกิจหลักทรัพย์ ธุรกิจบัตรเครดิต ธุรกิจสินเชื่อเพื่อรายย่อย ธุรกิจหลักทรัพย์จัดการกองทุน ธุรกิจเช่าซื้อ MUFG มีเป้าหมายที่จะเป็น “กลุ่มสถาบันทางการเงินที่ได้รับความเชื่อถือมากที่สุดในโลก” ด้วยการผสานศักยภาพในการดำเนินธุรกิจเพื่อตอบสนองทุกความต้องการทางการเงินของลูกค้าโดยคำนึงถึงสังคมและการแบ่งปันสู่ความเติบโตอย่างยั่งยืน MUFG จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์โตเกียว ตลาดหลักทรัพย์นาโกยา และตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ MUFG กรุณาเยี่ยมชมเว็บไซต์ https://www.mufg.jp/english