news-details
20-07-2023
ฮัทชิสัน พอร์ท ประเทศไทย เดินหน้าเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้ชุมชน ร่วมมือ ม.เกษตรศาสตร์ ปลูกสวนป่าตามโครงการ Go Green 2023

กรุงเทพฯ – ประเทศไทย : ฮัทชิสัน พอร์ท ประเทศไทย หรือ HPT ผู้ประกอบการท่าเรือชั้นนำในประเทศไทย เดินหน้าต่อเนื่องรับมือกับปัญหาสภาวะโลกร้อนด้วยการเพิ่มพื้นที่สีเขียวในชุมชนรอบท่าเรือแหลมฉบังร่วมกับคณะพาณิชยนาวีนานาชาติ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตศรีราชา จัดกิจกรรมปลูกสวนป่า (Trees Planting) เป็นปีที่สอง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ Go Green ที่ลงนามบันทึกข้อตกลงร่วมกันเพื่อสานต่อความร่วมมือแบบทวิภาคีด้านวิชาการและกิจกรรมสร้างสรรค์เพื่อส่งเสริมการพัฒนาธุรกิจขนส่งทางทะเลอย่างยั่งยืน

กิจกรรมปลูกสวนป่าซึ่งจัดขึ้นเป็นปีที่สองนี้ ทางบริษัทฯ ได้เลือกพันธุ์ไม้ยืนต้นจำนวน 40 ต้น ประกอบด้วยพันธุ์ไม้ อาทิ ทองอุไร และชงโค เพื่อเพิ่มเติมพื้นที่สีเขียวให้แก่ภูมิทัศน์ในบริเวณมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตศรีราชา โดยมีคณะผู้บริหารและพนักงานจากบริษัทฯ พร้อมคณาจารย์และนักศึกษาจากคณะฯ ร่วมกันปลูกต้นไม้อย่างแข็งขัน นับว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่เป็นรูปธรรมลำดับแรกจากการลงนามข้อตกลงร่วมกันเพื่อสานต่อโครงการ Go Green ในการสร้างการเปลี่ยนแปลงเพื่อช่วยกันพิทักษ์สภาพแวดล้อมที่เกิดจากประเด็นปัญหาสภาพภูมิอากาศโลกที่เปลี่ยนแปลง ซึ่งกิจกรรมนี้นับเป็นอีกบทพิสูจน์ถึงคำมั่นสัญญาของกลุ่มบริษัท ฮัทชิสัน พอร์ท ทั่วโลกรวมถึงประเทศไทย ในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2050มร. สตีเฟ้นท์ อาร์ชเวิรท กรรมการผู้จัดการ ฮัทชิสัน พอร์ท ประจำประเทศไทย และ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้

มร. สตีเฟ้นท์ อาร์ชเวิรท กรรมการผู้จัดการ ฮัทชิสัน พอร์ท ประจำประเทศไทย และ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวว่า “ฮัทชิสัน พอร์ท ประเทศไทย มุ่งมั่นทำงานอย่างต่อเนื่องเพื่อบรรลุแผนงานกลยุทธ์ “อนาคตเพื่อความยั่งยืนของเรา (Our Sustainable Future)” ผ่านการพัฒนาแบบบูรณาการในสามด้านคือ บุคลากร ชุมชน และสิ่งแวดล้อม โดยกิจกรรมปลูกสวนป่าที่ร่วมกับคณะพาณิชยนาวีนานาชาติ มหาวิทยาลัยเกษตรศาตร์ วิทยาเขตศรีราชา ถือเป็นก้าวแรกหลังจากลงนามร่วมกันเป็นปีที่สองเพื่อสะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจของเราที่จะทำสิ่งที่สร้างสรรค์และก่อเกิดประโยชน์แก่ชุมชนโดยรอบท่าเรือแหลมฉบังในระยะยาวต่อไป เราเชื่อว่านี่จะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่จะได้ชักชวนให้นักศึกษา บุคลากรในมหาวิทยาลัย และผู้คนในชุมชนโดยรอบได้มาร่วมกันเพิ่มพื้นที่สีเขียวและดูแลโลกใบนี้ไปด้วยกันกับเรา”มร. สตีเฟ้นท์ อาร์ชเวิรท (ซ้าย) กรรมการผู้จัดการ ฮัทชิสัน พอร์ท ประจำประเทศไทย และ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมด้วย ผศ.ดร.ศรินยา สนิทวงศ์ ณ อยุธยา (กลาง) คณบดีคณะพาณิชยนาวีนานาชาติ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตศรีราชา และ ผศ.น.สพ.ดร.เสรี กุญแจนาค (ขวา) รองอธิการบดีวิทยาเขตศรีราชา ร่วมกิจกรรมปลูกสวนป่า

คณะกรรมการด้านความยั่งยืนของกลุ่มบริษัท ฮัทชิสัน พอร์ท ได้กำหนดนโยบายด้านความยั่งยืนทางธุรกิจที่ถือปฏิบัติกันทั่วโลก โดยในประเทศไทยได้ดำเนินงานตามแผนงาน “อนาคตแห่งความยั่งยืนของเรา” และความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เป็นหนึ่งในการดำเนินการเพื่อบริหารจัดการกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลก สภาพสังคม และบรรทัดฐานการดำเนินธุรกิจที่เปลี่ยนไปในปัจจุบัน ผ่านการทำกิจกรรมต่าง ๆ ร่วมกัน ตั้งแต่ความร่วมมือทางวิชาการและพัฒนาบุคลากรสาขาวิชาชีพการขนส่งทางทะเลและพาณิชยนาวีที่มีคุณภาพด้วยโปรแกรมฝึกปฏิบัติงานจริงกับฮัทชิสัน พอร์ท ประเทศไทย ตลอดจนการทำกิจกรรมเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นการปลูกต้นไม้ร่วมกับชุมชนท้องถิ่น หรือกิจกรรมคืนชีวิตใหม่ให้ขยะเหลือใช้ด้วยการรีไซเคิลเป็นสิ่งของที่นำไปใช้ประโยชน์ต่อได้

ข้อมูลเกี่ยวกับฮัทชิสัน พอร์ท ประเทศไทย

บริษัท ฮัทชิสัน พอร์ท ประเทศไทย (HPT) ได้รับการออกแบบก่อสร้างขึ้นเป็นพิเศษเพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจขนส่งตู้สินค้าของประเทศไทย บริษัทฯ ตั้งอยู่ในบริเวณท่าเรือแหลมฉบัง ซึ่งเป็นท่าเทียบเรือที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยบนชายฝั่งของจังหวัดชลบุรีที่อยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ลงมาเพียง 130 กิโลเมตร HPT ให้บริการอำนวยความสะดวกเต็มรูปแบบ รวมถึง บริการสถานีขนถ่ายสินค้า ระบบรถไฟขนส่งรางคู่และมีเส้นทางเชื่อมต่อที่ดีกว่าสู่ทางหลวงสายหลักเพื่อไปยังจุดหมายปลายทางในที่ต่างๆ ในประเทศไทย โดยปัจจุบันเปิดให้บริการในท่าเทียบเรือ A2 A3 C1 C2 D1 และกำลังอยู่ในระหว่างการพัฒนาส่วนที่เหลือของท่าเทียบเรือชุด D

HPT เป็นหนึ่งในเครือสมาชิกของกลุ่มฮัทชิสัน พอร์ท ซึ่งเป็นส่วนงานหนึ่งของบริษัท ซีเค ฮัทชิสัน โฮลดิ้งส์ จำกัด (CK Hutchison Holdings Limited) ที่ดำเนินธุรกิจให้บริการด้านท่าเทียบเรือและบริการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะ ฮัทชิสัน พอร์ท เป็นผู้ลงทุน พัฒนาและประกอบการด้านท่าเทียบเรือชั้นนำของโลก มีเครือข่ายท่าเทียบเรือถึง 54 แห่ง กระจายอยู่ใน 25 ประเทศทั่วโลก ทั้งใน เอเชีย ตะวันออกกลาง แอฟริกา ยุโรป อเมริกา และออสเตรเลีย ตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา ฮัทชิสัน พอร์ท ได้ขยายกิจการครอบคลุมไปถึงธุรกิจขนส่งและโลจิสติกส์ในด้านอื่นๆ ด้วย อาทิ ท่าเทียบเรือโดยสาร ศูนย์กระจายสินค้า บริการขนส่งด้วยระบบรางและอู่ซ่อมเรือ